6 เหลี่ยมสุขภาพ คืออะไร?
19 พฤศจิกายน 2017  view 161  

6 เหลี่ยมสุขภาพ คืออะไร ?
ด้วยงานวิจัยใหม่ๆ ที่เข้าใจการทำงานของร่างกายมากขึ้น จึงได้เกิดแนวคิดที่จะดูแลสุขภาพ ให้ครบทุกด้าน ที่เรียกว่า "6 เหลี่ยมสุขภาพ"

ซึ่งแต่เดิมที่คนส่วนใหญ่จะกินวิตามินเป็นอย่างๆ ไป 
เช่น เสริมวิตามินบี, 
เสริมแคลเซียม, 
กินโอเมก้า 3, 
กินสารสกัดจากพืช 

แต่ด้วยงาน วิจัยใหม่ๆได้แนะนำว่า หากร่างกายได้รับสารอาหารหลัก 
เช่น โปรตีนและพลังงานต่อวัน ยัง “ไม่ครบถ้วน” ตามที่ร่างกายต้องการ แม้จะกินอาหารเสริมวิตามินมากเพียงใด ร่างกายก็อาจจะทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ได้อยู่ดี

จึงเกิดแนวคิดที่ จะดูแลให้ครบทุกด้าน ที่เรียกว่า “6 เหลี่ยมสุขภาพ” ขึ้นมา เป็นแนวคิดที่ดูแลทั้งสารอาหารหลัก เช่น โปรตีนที่ดี พลังงานที่เพียงพอ ไขมันชนิดดี และวิตามิน แร่ธาตุ ที่เหมาะ
สมต่อวัน เรียกว่า ครบทั้ง 6 ด้านสำคัญในผู้สูงวัย

6 เหลี่ยมสุขภาพ 
เป็นแนวคิดสาหรับการ “ป้องกัน” ตั้งแต่เนิ่นๆ

พออายุเพิ่มขึ้นการเจริญอาหารก็เริ่มลดลง
สารอาหารที่ได้รับน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก 
จึงควรดูแลอาหารเป็นพิเศษ เพื่อให้ครบทั้ง “6 เหลี่ยมสุขภาพ” 
ซึ่งเป็นการเลือกให้ท่านกินอาหารที่ถูกต้อง 
และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

1. พลังงานกับกล้ามเนื้อ
- กินให้ได้รับพลังงานและโปรตีนต่อวันให้เพียงพอ
- ควรกินโปรตีนสาหรับผู้สูงวัย ที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้ดี และ สร้างกล้ามเนื้อได้ดี

ผลเสีย หากกินพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอ
อาจทาให้อ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง กล้ามเนื้อไม่มีแรง
กล้ามเนื้อแขนขาน้อยลง ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่า
เป็นเพราะสูงวัย แต่หลายครั้งที่เกิดจากการกินอาหาร
ไม่เพียงพอซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจส่งผลต่อ
ภูมิคุ้มกันลดลง แผลหายช้าได้

2. กระดูกและการเคลื่อนไหว
- อายุมากขึ้นทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง
จึงต้องกินวิตามินดีเสริมด้วย เพราะวิตามินดีจะช่วย
ดูดซึมแคลเซียมไว้นั่นเอง
- วิตามินซี เป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ช่วย
ไม่ให้เกิดการทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นสารสำคัญ ในไขข้อ
- ควรออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 60 ต้นๆ เพื่อให้กระดูกและ กล้ามเนื้อแข็งแรง เพราะการดูแลกระดูกที่ไม่ดี
อาจทำให้ ปวดเข่า ปวดเมื่อย เดินช้าลง และต้องนั่งรถเข็น
ก่อนวัยอันควรได

3. สมดุลระบบขับถ่าย
ทราบหรือไม่ว่า “ระบบย่อยและขับถ่าย” เป็นระบบที่ สำคัญมาก เพราะเซลล์ลำไส้เป็นทั้งที่ดูดซึมอาหาร และที่ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นไม่ว่าจะ
ท้องเสียหรือท้องผูก ก็เป็นสัญญาณว่าร่างกายมีอะไร
ผิดปกติไปทั้งนั้น จึงควรดูแลให้ถูกวิธี ได้แก่

- กินใยอาหารสูง เพราะจะช่วยทั้งการขับถ่าย
ช่วยดูดซับไขมันหรือน้ำตาลส่วนเกินได้
- กินอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดีจะช่วยปรับสมดุลยับยั้ง จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีไม่ให้เติบโตเพราะลำไส้ที่อ่อนแอ อาจทำให้ท้องเสียท้องผูก การย่อยการดูดซึมไม่ดี และเชื้อโรคเข้าร่างกายได้ง่ายขึ้น
ก่อนวัยอันควรได

4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ร่างกายผู้สูงวัยจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ช้าและน้อยกว่า
วัยกลางคน แม้จะมีการฉีดวัคซีนประจำปี แต่ร่างกาย
อาจตอบสนองได้ไม่เหมือนวัยหนุ่มๆ สาวๆ
แต่อาหารบางอย่าง ช่วยเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันได้ เช่น

- วิตามินอีสูง มีงานวิจัยพบว่า อาหารที่มีวิตามินอีสูง
สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีกว่าเดิม
หลายเท่า
- จุลินทรีย์ชนิดดี การกินอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดี จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ และป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดโรคเติบโต

5. ไขมันชนิดดี
- ไขมันประกอบไปด้วยไขมันชนิดดีและไม่ดี
ซึ่งไขมันชนิดดีจะมี HDLช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด 
นอกจากนี้ยังมีไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ 
และไขมัน DHA ซึ่งเป็น ส่วนประกอบสำคัญของระบบประสาทและสมอง
- การลดไขมันที่ไม่ดี หรือ ไขมันที่ก่อให้เกิด การอุดตันของเส้นเลือดทำได้โดยการกินไขมัน ที่มี MUFA สูง (ไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง) ซึ่งพบมากในน้ำมันพืชนั่นเอง

6. ระบบประสาทและสมอง
เมื่อสูงวัย การทำงานของระบบประสาทและสมอง
ย่อมเสื่อมลงตามธรรมชาติ การดูแลให้ได้สารอาหารที่สำคัญ
จึงเป็นเคล็ดลับหนึ่ง “โคลีนและวิตามินบี 12”
เป็นวิตามินที่มีผลงานวิจัยรองรับว่ามีความสำคัญกับ
ระบบส่งสัญญาณในเซลล์ประสาท จึงควรดูแลให้ได้รับอย่างเพียงพอ

ขอขอบคุณที่มา : 1.nestlehealthscience-th.com, 2. nestlehealthscience-th.com



ขอขอบคุณข้อมูล :
nestlehealthscience-th.com