ความล้มเหลว ของการศึกษาไทย | เมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไข
19 มิถุนายน 2017  view 3276  

ความล้มเหลว ของการศึกษาไทย | เมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไข

 

โควทจากบทสัมภาษณ์ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ในนิตยสารสารคดี

สารคดี: กรณีเด็กมีเป้าหมายเข้าเรียนอยู่ไม่กี่คณะ เช่น แพทย์ วิศวกร นิเทศ โดยที่เด็กอาจไม่รู้ว่าตนเองอยากเป็นอะไรจริงๆ

อรรถพล: การศึกษาไม่เคยให้เขาตั้งคำถามว่าเป้าหมายของตนเองคืออะไร เขารู้แต่เป้าหมายที่พ่อแม่คาดหวัง คือได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย เราไม่ได้ตั้งโจทย์การศึกษาเพื่อตอบสนองเด็กที่แตกต่างกัน ความจริงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ ปี ๒๕๔๔ พยายามจะเน้นการตอบสนองความแตกต่าง แต่ค่านิยมสังคมไม่เปลี่ยน ก็เกิดเด็กหลงทางเยอะ

เรามีเด็กเก่งๆ ซึ่งถ้าได้เรียนรัฐศาสตร์ก็จะเป็นนักรัฐศาสตร์ที่เก่งมาก แต่เพราะคะแนนสูงจนควรจะไปเรียนนิเทศฯ เขาก็เลยไปเรียน แล้วเราก็จะได้คนที่จบนิเทศฯ เกียรตินิยม แต่สุดท้ายไปทำงานอื่น เพราะไม่ได้ชอบสิ่งที่ตนเองเรียน แต่เรียนเพราะกระแสสังคมพาไป เรามีหมอหรือวิศวกรจำนวนมากที่ผันตัวเองไปทำอาชีพอื่น เพราะมาค้นพบตัวเองหลังจากเรียนจบแล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ

พอโรงเรียนวิ่งตามเป้าหมายของพ่อแม่ โรงเรียนก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษา ความจริงผู้อำนวยการโรงเรียนคือผู้บริหารการศึกษาระดับโรงเรียน แต่ทุกวันนี้เขาแค่บริหารโรงเรียนตามโจทย์ผู้ปกครองและวิ่งตอบสนองนโยบายรัฐ กิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนจำนวนมากจึงกลายเป็นแค่การแนะนำว่ามีสอบอะไรบ้าง เมื่อไหร่ มีทุนการศึกษาที่ไหนเปิดเมื่อไหร่ ความจริงหลักการแนะแนวไม่ใช่เรื่องนี้ แต่คือให้เด็กรู้จักว่าตัวเองเป็นใคร ผมเคยมีเด็กที่มาเรียนปริญญาโทที่คณะแบบมาลองเรียนดูเพราะยังไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร

คือเวลา ๓ ปีในอนุบาล ๑๒ ปีในโรงเรียน ๔ ปีในมหาวิทยาลัยยังไม่ช่วยให้เด็กรู้จักตนเอง นี่คือความล้มเหลวอย่างแท้จริงของการศึกษา

บทสัมภาษณ์ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล 
ในนิตยสารสารคดี ฉบับ ๓๘๗

 

สารคดี: ครูเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ (ในงานการศึกษา) แต่ทุกวันนี้มักถูกมองว่าคุณภาพลดลง ปัญหาเกิดจากอะไร

อรรถพล: หัวใจสำคัญของระบบการศึกษามีอยู่สามส่วนเป็นสามเหลี่ยม คือ กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันฝึกหัดครู และโรงเรียน สามเหลี่ยมนี้คือเป้าหมายของทุกประเทศในการพัฒนาการศึกษา คุณไม่สามารถจะทำแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วทิ้งส่วนอื่นได้เลย ต่อให้คุณมีเจ้ากระทรวงเก่งแค่ไหน แต่ไม่อาจทิ้งคนฝึกหัดครูไว้ข้างหลัง ไม่ให้เขามีส่วนร่วมตัดสินใจว่าจะฝึกครูแบบไหนออกมา หรือไม่เคยถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนบ้าง

ถ้าเขตพื้นที่การศึกษาเป็นแค่ข้อต่อลำเลียงนโยบายมาให้โรงเรียน โรงเรียนก็พังเพราะต้องรับสารพัดนโยบาย คนช้ำที่สุดคือครู แล้วก็ส่งผลกระทบกับเด็ก พอครูล้าเขาจะเอาอะไรไปสอนเด็ก เขาก็เอาความเหนื่อยไปสอนเด็ก สอนแบบขอไปที เมื่อไรที่ยังทำให้ครูสวมหมวกเป็นข้าราชการมากกว่าเป็นครู จะทำให้เกิดคุณภาพการศึกษาได้ยากมาก สมัยก่อนครูของเรายังไม่มีงานเยอะขนาดนี้ ไม่มีระบบประเมินครู ประเมินโรงเรียนมากขนาดนี้ เขายังมีโอกาสใกล้ชิดกับเด็ก

ตอนนี้ถ้าไปโรงเรียนจะสังเกตเห็นว่าครูสาละวนยุ่งกับโครงการนั้นโครงการนี้ หรือพาเด็กไปสอบที่นั่นที่นี่ ผมดูนิสิตที่เป็นครูฝึกสอนมา ๒๐ ปี แล้ว ได้เข้าไปโรงเรียนทุกเทอมก็จะเห็นว่าครูไม่ได้ขี้เกียจ เขาทำงานจะตายอยู่แล้ว โดนสั่งๆ อย่างเดียว
 

บทสัมภาษณ์ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล 
ในนิตยสารสารคดี ฉบับ ๓๘๗

 

 



ขอขอบคุณข้อมูล :
Athapol Anunthavorasakul | facebook